<< หน้าก่อน ( หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 2 หน้า )
หน้าต่อไป >>
โดยปกตินักขายทุกคนจะมีอัตราส่วนในการขายของตนเอง ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประเภทสินค้า ความสามารถในการขาย ตัวอย่างเช่น เด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยกอาจมีอัตราส่วน 1 : 200 แต่ถ้าเด็กคนเดิมเปลี่ยนมาขายหนังสือพิมพ์อาจมีอัตราส่วนเป็น 1 : 100 ในงานขายปกติแล้วจะพบว่าอัตราส่วนนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นตามความสามารถที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นของนักขายคนนั้น เช่น นางสาว ข. ในเดือนแรกที่ขายประกันชีวิต อัตราส่วนการขายเป็น 1 : 20 แต่เมื่อ 1 ปี ผ่านไปอัตราส่วนการขายนางสาว ข. เปลี่ยนไปเป็น 1 : 7 เป็นต้น
ธรรมชาติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของอัตราส่วนนี้คือ "ไม่มีนักขายคนใดที่มีอัตราส่วนการขายเป็น 1 : 1" นั่นคือไม่มีใครที่จะสามารถขายได้ในทุกครั้งที่เข้าพบลูกค้า จากประสบการณ์ส่วนตัวนักขายมือทองที่ผมรู้จักก็มีอัตราส่วนอยู่ที่ประมาณ 1 : 3 ซึ่งเห็นได้ว่านักขายทุกค้นต้องโดนปฏิเสธอยู่ตลอดเวลา ธรรมชาติของงานขายคือต้องได้รับคำปฏิเสธ ดังนั้นคนที่ยืนหยัดอยู่ในอาชีพนักขายได้ ไม่ใช่ผู้ที่สามารถขายได้ แต่คือผู้ที่สามารถทนคำปฏิเสธของลูกค้าได้
ถ้าท่านยังไม่ทราบอัตราส่วนการขายของตัวเอง ลองทำสถิติดูสักเดือนหนึ่ง อัตราส่วน 1 : 20 สำหรับมือใหม่นี่ก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ หลังจากนั้นลองตั้งเป้าหมายจำนวนครั้งที่จะขายได้ในเดือนหน้าดู แล้วลองคำนวณจำนวนครั้งที่จะต้องไปพบลูกค้าดู ถ้าท่านสามารถไปพบลูกค้าได้ตามนั้น ท่านก็จะขายได้ตามจำนวนครั้งที่ท่านต้องการ
อย่าลืมหัวใจสำคัญของการยืนหยัดในอาชีพนักขายละครับที่ว่า "การได้รับคำปฏิเสธเป็นเรื่องธรรมชาติของคนทำงานขาย" หวังว่าบทความนี้จะมีส่วนช่วยให้ท่านสามารถเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จได้นะครับ
|